TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Bitter Sweet the series” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
คูเปอร์-ปอย เผยบทบาทใหม่ ความท้าทายครั้งใหญ่ใน Bitter Sweet The Series
ข่าวบันเทิงวันนี้ ปักหมุดรอกันเลยทีเดียว สำหรับแฟนๆ ของคู่จิ้นสุดคิวท์ คูเปอร์ ภัทรพสิษฐ์ ณ สงขลา และ ปอย กฤษณพงศ์ สุนทรชัชเวช ที่โด่งดังจากบทบาท บ่น หนุ่มมาดเท่จอมกวนและ เดือนหนาว หนุ่มซื่อๆ ใสๆ ในซีรีส์สุดปัง My Engineer มีช็อป มีเกียร์ มีเมียรึยังวะ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และยังประทับใจแฟนๆ จนถึงตอนนี้ ล่าสุด คูเปอร์ปอย ได้โคจรมาเจอกันอีกครั้ง กับซีรีส์เรื่องใหม่ Bitter Sweet The Series โดยผู้บริหารคนเก่ง แนนซี่ ชลลดา ทรงลำเจียก แห่ง ไทร ครีเอชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Tri Creation International Co., Ltd)แง้มข่าวดีว่าเตรียมเปิดกล้องถ่ายทำกันต้นปี 2565 งานนี้ 2 หนุ่มกอดคอกันมาเผยความรู้สึกที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในบทบาทใหม่ ความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งคู่ และความลับที่ห้ามให้ใครรู้!! คูเปอร์-ปอย เผยบทบาทใหม่ ใน Bitter Sweet The Series บทบาทของแต่ละคนใน Bitter Sweet The Series? คูเปอร์: บทบาทของคิม ค่อนข้างเป็นตัวละครที่น่าสนใจ เป็นผู้บริหารที่อายุน้อยมาก แล้วอยู่ๆ ทำไมเขาถึงได้มาบริหารโรงแรม คือมันมีที่มา มีเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัว ความหวัง ความฝัน และความรัก การที่คนอายุน้อย ต้องมาบริหารหรือรับผิดชอบหน้าที่ใหญ่ แน่นอนว่าต้องมีความกดดัน ความคาดหวัง แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีเรื่องความรัก มีสิ่งที่ตัวเองชอบ มีสิ่งที่กลัว เหมือนเขาแบกความหวังของครอบครัวว่าต้องทำให้ได้นะ ซึ่งเราก็ทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก จนไม่รู้ว่าตัวเราชอบอะไร ต้องการอะไร ความสุขของเราอยู่ที่ไหน ปอย: เป็นเชฟริว ไม่ค่อยใกล้เคียงกับปอยสักเท่าไหร่ มีบุคลิกที่โตขึ้น คาแรคเตอร์จะเป็นผู้ใหญ่ ไม่ได้ซื่อเหมือนบทบาทที่เคยแสดงมา มีความเนี้ยบ ปรับบุคลิกเยอะพอสมควร ตัวปอยจะง้องแง้งหน่อย แต่ในซีรีส์มีจะความโต บุคลิกดี ยากไหมต้องปรับคาแรคเตอร์? คูเปอร์: ยากครับ จากที่เคยเล่นมา บางบทคนอาจจะมองว่ามันยากมาก เป็นเด็กมีปัญหาหรืออะไรแบบนี้ แต่อันนี้ต้องมาเป็นคนปกติธรรมดาแต่เป๊ะ เราจะทำยังไงให้คนรู้สึกว่าคนๆ นี้เป๊ะ โดยที่เค้าไม่ได้แสดงอะไรออกมาว่าคิดอะไร รู้สึกอะไร มันไม่ใกล้ไม่ไกลตัว เค้าเป็นคนที่แสดงออกน้อย สื่อสารออกมาน้อย ความยากอยู่ที่ว่าจะทำยังไงล่ะ แสดงออกน้อยแต่คนต้องเข้าใจในสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เรารู้สึก เพราะฉะนั้นเราต้องทำความเข้าใจกับตัวละครให้ได้มากขึ้น อินกับมันให้ได้มากขึ้น รู้ข้อมูลหลายๆ อย่างให้ได้มากขึ้น เขาแสดงอารมณ์น้อยแต่ความรู้สึกต้องเยอะ ต้องหาความพอดีคือความยาก ปอย: สิ่งที่รู้สึกว่ายากมาก คือบุคลิกท่าทางในเรื่องต้องโตกว่าตัวปอย และด้วยอาชีพการงานเป็นเชฟ ที่ปอยคิดว่ามันยากคือการที่จะเล่นให้เชื่อว่าเราเป็นเชฟจริงๆ ปอยต้องไปฝึกท่าทาง การทำขนม การจับอุปกรณ์ ส่วนนิสัยตัวริวกับปอยยังมีความคล้ายกัน แต่มีวุฒิภาวะขึ้น ปอยยังโตไม่เท่าริวในตอนนี้ แสดงเป็นเชฟต้องไปฝึกไปเรียนอะไรบ้าง? ปอย: มีการเวิร์คชอปการทำขนมจริงจังเลย และก็ปรับท่าทางให้ดูทะมัดทะแมง เสน่ห์ของตัวละคร คิม กับ ริว? ปอย: เสน่ห์ของริว คือเข้าใจคนอื่น มีความเฟรนด์ลี่ คนอื่นเข้าถึงได้ ริวคิดบวก เป็นคนปล่อยพลังบวกให้คนอื่น คูเปอร์: เสน่ห์ของคิม เป็นคนคนหนึ่งที่เป๊ะไปทุกอย่าง แต่จุดบกพร่องของเขาแค่เป็นจุดเล็กๆ เพราะเขาแพ้แค่อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับหน้าที่การงาน ซึ่งให้ใครรู้ไม่ได้ และเสน่ห์อีกอย่างคือรอยยิ้ม แต่รอยยิ้มของเขามีค่ามากเพราะเขาแทบไม่ยิ้มเลย ต้องลุ้นว่าจะยิ้มตอนไหน ความน่าสนใจของซีรีส์เรื่องนี้? คูเปอร์: ความที่คิมเป็นคนละขั้วกับริว ทำไมคนละขั้วมาอยู่ด้วยกันได้ และก็เหมือนเป็นการสร้างชาเลนจ์ซึ่งกันและกัน คิมเป็นเจ้าของโรงแรมมีชื่อเสียงเรื่องขนมหวาน ส่วนริวเป็นเชฟด้านขนมหวานที่เก่งมาก ใครกินก็ชอบ แต่ทำไมมีคนอยู่คนเดียว ซึ่งเป็นบอสใหญ่สุด กลับไม่ยอมกินขนมที่เขาทำ มันเลยทำให้น่าคิดตามว่าจะแล้วมันจะเป็นยังไงต่อ จะมาเจอกันตรงไหน จะรู้สึกดีกันได้ยังไง พอตอนรู้บทคร่าวๆ ค่อนข้างตื่นเต้นและอยากที่จะทำมากครับ สิ่งที่ได้จากซีรีส์เรื่องนี้? คูเปอร์: ได้รอยยิ้ม ได้ความสุข เป็นซีรีส์ฟีลกู๊ดที่ครบรส เป็นเรื่องราวของชีวิตคน ตัวละครแต่ละตัวเหมือนแทนคนในชีวิตจริงแต่ละประเภท บางคนเกิดมาพร้อมทุกอย่าง ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก สิ่งที่ตัวเองชอบ บางคนไม่รู้แม้กระทั่งตัวเองรักตัวเองชอบอะไร แต่แค่รู้ว่าเกิดมาต้องทำตามหน้าที่ หรือบางคนเกิดมามีสิ่งที่รัก แต่ก็ต้องต่อสู้กับครอบครัว ที่เขาจะให้ทำให้เป็นตามแบบที่ต้องการ คนที่ดูก็คงได้มุมมองที่นอกเหนือจากความฟินความจิ้นและอาจจะได้หิวด้วย รู้สึกยังไงที่ได้กลับมาร่วมงานกันในรอบ 2 ปี? ปอย: กลับมาร่วมงานกับพี่เปอร์อีกครั้ง ไม่ได้รู้สึกว่ากดดันนะ เพราะหลังจากจบ My Engineer เราได้เจอกันตลอด แต่แค่รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้กลับมาร่วมถ่ายซีรีส์กับพี่เปอร์และทุกๆ คนอีกครั้งหนึ่ง ในบทบาทใหม่ๆ ด้วย คูเปอร์: กลับมาเจอกับปอย ไม่ต้องปรับจูนเลย เราคุยกันตลอดตั้งแต่ My Engineer เปอร์จะคุยกับเพื่อนร่วมงานทุกคน ณ ตอนนี้เราไม่ได้สนิทกันแค่เปอร์ปอยแล้ว เราสนิทกับทุกคน อินทัช, เชน, ไนน์ไนน์ แม้กระทั่งทีมงานก็ยังมาถามเลยว่า เรารู้สึกอะไรเพิ่มเติมจากบทมั้ย กับทีมงานกับผู้กำกับ พี่ปี๊ด ปัญจพงศ์ เราก็คุยกันปรับจูนตลอด นักแสดงก็ได้มีส่วนร่วมในการทำออกมาด้วย อยากเริ่มถ่ายทำแล้ว อยากเห็นซีรีส์ของเราแล้ว แฟนๆ รอคอยการกลับมา สปอยล์ได้ไหมว่าซีรีส์เรื่องนี้จะฟินขนาดไหน? ปอย: จะมีความฟินความจิ้นมากขึ้นแน่นอน มีความกล้าเล่นมากกว่าเดิม เพราะเราสนิทกันมากกว่าเดิมเยอะเลย คูเปอร์: มากขึ้นแน่ๆ ใน My Engineer จะแกล้งกันแหย่กัน แต่ใน Bitter Sweet The Series บทบาทโตขึ้น ในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกคิดว่าน่าจะเต็มขึ้น ฝากอะไรถึงแฟนๆ? ปอย: ขอฝาก Bitter Sweet The Series ด้วยนะครับ เป็นซีรีส์ที่ครบรส มีทั้งความรัก ความสุข ความขมขื่น จะได้เห็นทุกอย่างในซีรีส์เรื่องนี้เลยครับ คูเปอร์: นอกจาก Bitter Sweet The Series แล้ว My Engineer ซีซั่น 2 ก็จะมาแน่ๆ ฝากทุกคนติดตามและเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยครับ 2 หนุ่ม คูเปอร์ปอย มาการันตีความจิ้นความฟิน พร้อมสปอยล์เบาๆ กันขนาดนี้ แฟนๆ รอติดตามบทบาทใหม่สุดท้าทายของทั้งคู่ใน Bitter Sweet The Series ได้เลย ไม่นานเกินรอแน่นอน กดเลย community แห่งความบันเทิง📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวมทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี
ข่าวบันเทิง • 28 ธ.ค. 64
ดู
Twisted Metal
ทรูวิชั่นส์ • 17 ก.ค. 69
ดู
Kiss that Kills
ทรูวิชั่นส์ • 28 เม.ย. 69
อ่าน
รู้จัก 8 นักแสดง The Shards ซีรีส์วัยรุ่นระทึกสืบสวนกระแสดี อรรถรสแซ่บขย่มจอเรื่องล่าสุด
กำลังเป็นซีรีส์ที่กระแสเริ่มมาแรงในเวลานี้ สำหรับ "The Shards" ซีรีส์แนวลึกลับสืบสวนในหมู่วัยรุ่นวันทีน ที่พาย้อนกลับไปยุค 80s ที่หลังจากเดบิวต์ก็กลายเป็นที่ฮืฮอาไปทั่วโลก นี่คือที่ดัดแปลงสร้างมาจากนิยายเขย่าขวัญขายดีชื่อเดียวกันของ เบร็ต อีสตัน เอลลิส ภายใต้การดูแลของผู้จัดมือฉมัง ไรอัน เมอร์ฟีย์ แห่งซีรีส์ Glee และ American Horror Story และยังมาพร้อมกับกองทัพนักแสดงดาวรุ่งหน้าใหม่ เตรียมพร้อมแจ้งเกิดกับผลงานชิ้นนี้ วันนี้จะพาไปแนะนำทีมนักแสดงนำ พร้อมแจกวาร์ปของพวกเขากันทุกคน The Shards เป็นเรื่องราวที่มีฉากหลังเป็นนครลอสแองเจลิส ในปี 1981 โลกวัยเรียนปีสุดท้ายของเบร็ตได้พลิกขั้ว เมื่อนักเรียนคนใหม่สุดลึกลับ อย่าง โรเบิร์ต มัลลอรี ได้ปรากฏตัวขึ้น ที่พฤติกรรมของเขาสอดกล้องกับฆาตกรต่อเนื่องที่รู้จักกันนาม เดอะ ทราว์เลอร์ สามารถรับชมซีรีส์ในรูปแบบซับไทยและพากย์ไทย แบบถูกลิขสิทธิ์ในเมืองไทย ทุกวันพฤหัสบดี ที่ Disney+ Hotstar เริ่ม 6 สิงหาคมนี้ นักแสดงซีรีส์ The Shards: อิกบี้ ริกนีย์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: ไคอา เกอร์เบอร์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: โฮเมอร์ เกียร์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: เฮเยส วอร์เนอร์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: เกรแฮม แคมป์เบลล์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: อีวาน เรเชล วูด นักแสดงซีรีส์ The Shards: เวส เบนต์ลีย์ นักแสดงซีรีส์ The Shards: โอเวน เพนเตอร์ รู้จัก 8 นักแสดง The Shards ซีรีส์วัยรุ่นระทึกสืบสวนกระแสดี อิกบี้ ริกนีย์ รับบท เบร็ต อีสตัน เอลลิส | IG: @igby.rigney นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งจากนิวเยอร์ ที่สั่งสมประสบการณ์การเป็นนักแสดงมาตั้งแต่วัยรุ่น มีผลงานแสดงสมทบในซีรีส์และหนังมาแล้วหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Blue Blood, Midnight Mass, The Midnight Club, Greys Anatomy หรือ F9: The Fast Saga และสำหรับซีรีส์ The Shards นับว่าเป็นผลงานเรื่องแรกในอาชีพของเขาที่ได้ก้าวขึ้นมารับบทนักแสดงนำอย่างเต็มตัว ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งมาแรงประจำปีนี้อีกคน ไคอา เกอร์เบอร์ รับบท ซูซาน เรย์โนลด์ส | IG: @kaiagerber เธอคือนักแสดงที่เข้าวงการมาจากการเป็นนางแบบอาชีพ ตอนอายุแค่ 10 ขวบ เคยถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร Vogue หลากหลายฉบับทั่วโลกมาแล้ว พร้อมกับเป็นที่รู้จักของแบรนด์แฟชั่นดังต่าง ๆ มากมาย ก่อนจะค่อย ๆ เบนเข็มมาเป็นนักแสดงสะสมผลงานแสดง เมื่อตอนอายุย่างเข้าสู่ 20 มีผลงานหนังและซีรีส์ อย่าง Saturday Night, Mother Mary, American Horror Stories และ Overcompensating และบทบาทใน The Shards ก็เป็นอีกครั้งที่เธอได้พิสูจน์ในฐานะนักแสดงกับบทบาทนำของเรื่อง โฮเมอร์ เกียร์ รับบท โรเบิร์ต มัลลอรี แค่ได้ยินชื่อ..คุณอาจจะคุ้น ๆ ใช่แล้ว เขาคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตำนานพระเอก ริชาร์ด เกียร์ ที่เพิ่งจะเดบิวต์เข้าสู่วงการการแสดงสด ๆ ร้อน ๆ เรียกได้ว่าเจริญรอยตามเส้นทางเดียวกับพ่อแม่อย่างเต็มตัว The Shards เป็นผลงานการแสดงนำชิ้นแรกในวงการของเขา ที่ถือว่าเป็นบทบาทที่ท้าทายไม่น้อย แม้ว่าก่อนหน้านี้เคยจะเคยรับบทเสริมในซีรีส์ดัง Euphoria สะสมเป็นประสบการณ์มาบ้าง แต่ลูกหลานจากบ้านนักแสดงโดยแท้ ย่อมมีของเด็ดไว้เตรียมปล่อยให้เจิดจรัสได้อย่างแน่นอน เฮเยส วอร์เนอร์ รับบท เด็บบี้ ชคาฟเฟอร์ | IG: @hayeswarner สาวนิวยอร์กมาดเท่ ที่เดบิวต์เข้าสู่วงการในฐานะนักร้อง ออกซิงเกิลเพลงออกมาหลายแทร็ก ไม่ว่าจะเป็น Just a Girl, Predator หรือ Zip ก่อนจะเบนเข็มมาชิมลางงานการแสดงดู ด้วยการรับบทเด่นในซีรีส์ The Shards ที่นับว่าเป็นงานแสดงชิ้นแรกในชีวิตของเธอ ที่นอกจากจะร่วมแสดงแล้ว ในซีรีส์เรื่องนี้เธอยังมีโอกาสร่วมประพันธ์เพลงประกอบด้วย นับว่าเป็นสาวครบเครื่องที่กำลังมาแรงในยุคนี้อีกคน เกรแฮม แคมป์เบลล์ รับบท ธอม ไรต์ | IG: @grahamedwardcampbell เขาคือนักแสดงหนุ่มไฟแรงอีกคนในยุคนี้ ที่กำลังเปล่งประกายในฐานะดาวรุ่งดวงใหม่ของฮอลลีวูด ด้วยประสบการณ์การแสดงที่ไม่ธรรมดา ศิษย์จากโรงเรียนศิลปะชื่อดัง จูลิอาร์ด ร่วมแสดงในผลงานละครเวทีและบอร์ดเวย์ในนิวยอร์กอยู่หลายโชว์ มีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์การแสดงในหนังสั้นหลาย ๆ เรื่อง และซีรีส์ The Shards นับว่าเป็นงานแสดงที่จริงจังแบบเต็มตัวชิ้นแรกของเขา ที่ทำให้ชื่อของเขากำลังเป็นที่สนใจของทั้งวงการ อีวาน เรเชล วูด รับบท ลิซ ชคาฟเฟอร์ | IG: @evanrachelwood ตำนานตัวแม่..อดีตทีนควีนแห่งยุค 2000s ที่ยังสดใสไม่แปรเปลี่ยน ก้าวเข้ามารับบทที่สำคัญไม่น้อยในซีรีส์ The Shards นับว่าเป็นการกลับคืนสู่หน้าจอซีรีส์อย่างเต็มตัวของเธอในรอบหลายปี นับตั้งแต่ Westworld ได้ปิดฉากลงไป ไม่ต้องพูดถึงเครดิตทางการแสดงของเธอให้มากมาย เพราะนับตั้งแต่ผลงานดัง ๆ ในช่วงปลายยุค 90s จนถึงปัจจุบัน เธอคนนี้แทบไม่ห่างหายไปจากสายตาแฟน ๆ เลยสักนิดเดียว สวยยังไง..ก็ยังเปล่งปลั่งเหมือนเดิม เวส เบนต์ลีย์ รับบท เทอร์รี ชคาฟเฟอร์ อีกหนึ่งนักแสดงหนุ่มยอดฝีมือ ศิษย์เก่าจากโรงเรียนจูลิอาร์ด กับประสบการณ์ที่คร่ำหวอดในวงการมายาวนานถึง 30 ปี เขาคือนักแสดงชายที่อาจจะไม่ได้โดดเด่นเป็นแถวหน้า แต่ฝีมือการแสดงและผลงานของเขาเป็นที่ประจักษ์เหลือเกิน เขามีผลงานแสดงหนังในเครดิตเกือบ 50 เรื่อง แต่ไปได้สวยสุด ๆ กับซีรีส์ชุด American Horror Story อีกทั้งยังเฉิดฉายในซีรีส์ Yellowstone อีกด้วย โอเวน เพนเตอร์ รับบท แมตต์ เคลเนอร์ | IG: @fakeowenpainter นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งที่กำลังสะสมผลงาน หลังจากที่เพิ่งแจ้งเกิดมาได้เมื่อไม่นานนี้ กับซีรีส์ฮิต Wednesday ที่เขารับบทเป็นตัวละครนำ อย่าง ไอแซ็ค ไนต์ นั่นเอง แต่ในซีรีส์ The Shards เขาก็ได้มีโอกาสบียอนด์ทักษะการแสดงของตัวเองอีกครั้ง แม้ว่าจะก้าวมารับบทสมทบของเรื่อง แต่ก็ยังเป็นบทที่โดดเด่นและต่อเติมสายอาชีพของตัวเองได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น คงต้องจับตาเขาคนนี้เอาไว้ดี ๆ เพราะดูทรงแล้วอนาคตที่สดใสกำลังรอเขาอยู่เลย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 4 วันที่แล้ว
ดู
Sweet King
ทรูวิชั่นส์ • 28 เม.ย. 69
ดู
The Villains
ทรูวิชั่นส์ • 24 ก.ค. 69
ดู
Tim
ทรูวิชั่นส์ • 21 ก.ค. 69
ดู
Chicago Med
ทรูวิชั่นส์ • 26 พ.ค. 69
ดู
MuTeLuv โปรดใช้วิจารณญาณในการรักเธอ
ทรูวิชั่นส์ • 25 ส.ค. 68
ดู
รักนี้หัวใจต้องห้าม
ทรูวิชั่นส์ • 3 ก.ค. 69
ดู
เพชรประกาย
ทรูวิชั่นส์ • 10 มี.ค. 69
ดู
Mr. Robot
ทรูวิชั่นส์ • 14 ก.ค. 69
อ่าน
12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!
"Elle บันทึกวัยทึน" เป็นซีรีส์ที่แตกยอดความสำเร็จมาจากเฟรนไชส์หนังเรื่องดังแห่งยุค 2000s อย่าง Legally Blonde ที่เป็นไอเดียตกผลึกมาจากตัวแม่ รีส วิเธอร์สปูน ผู้ที่รับบทนำแสดงในหนังต้นฉบับ อยากจะขยายโลกใบสดใสของแอล สาวน้อยที่หลงรักในสีชมพู ตีแผ่ออกมาเป็นห้วงเวลาการเติบโตในโรงเรียนไฮสคูลของแอล ออกมาเป็นซีรีส์จำนวน 8 ตอน ที่ระดมทีมสร้างชั้นนำ จากฝีมือผู้จัด "ลอรา คิตเทรล" และ "แคโรไลน์ ดรายส์" และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์ Elle เกิดขึ้นจากไอเดียของ Reese Witherspoon แม้ Legally Blonde จะเป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ไม่ได้มาจากการอยากขยายจักรวาลของหนัง หากมาจากความรู้สึกของ Reese ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอตัวละครวัยรุ่นหญิงที่เป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่านี้ จุดประสงค์ของซีรีส์ไม่ใช่การเล่าเรื่องวัยเด็กของ Elle แต่เพื่อตอบคำถามว่า "อะไรทำให้เธอกลายเป็น Elle Woods" แกนหลักของซีรีส์คือการค้นหาคำตอบว่า เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ ผ่านอะไรมา จึงเติบโตเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ ไม่ยอมแพ้ และไม่เคยปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณค่าของตัวเองอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ แทนที่จะเลือกนักแสดงที่มีชื่อเสียง Reese Witherspoon ต้องการค้นพบ Elle คนใหม่ เธอจึงยืนยันให้เปิดออดิชันทั่วประเทศ และสุดท้าย Lexi Minetree ก็ได้รับเลือกจากผู้สมัครเกือบ 5,000 คน คลิปออดิชันของ Lexi มีลูกเล่นที่ทีมงานไม่ลืม เพราะในคลิปแนะนำตัว Lexi ไม่ได้แนะนำตัวแบบทั่วไป แต่เธอสร้างคลิปที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอสมัครเข้าฮาร์วาร์ดของ Elle ใน Legally Blonde เพราะหวังว่าหากทีมงานเปิดดูคลิปของเธอ อย่างน้อยก็จะหยุดดูต่อ และสุดท้ายวิธีนี้ก็ได้ผลจริงๆ Lexi Minetree ดู Legally Blonde มากกว่า 150 รอบ เพื่อฝึกน้ำเสียง การเดิน ภาษากาย และจังหวะการเคลื่อนไหวของ Elle พร้อมทำงานกับผู้ฝึกสอนด้านการใช้เสียง เพื่อสร้างพลังงานแบบ Elle Woods คำแนะนำเพียงข้อเดียว ที่ Reese ให้กับ Lexi นั่นคือ "Elle ไม่เคยใจร้ายกลับ" แม้จะถูกดูถูกหรือถูกทำร้าย Elle ก็ไม่เคยตอบโต้กลับแบบเดียวกัน นี่คือคุณค่าที่ Reese มองว่าเป็นแก่นแท้ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ Lexi ยึดถือในการแสดงทุกฉาก ทุกชื่อตอนของซีรีส์อ้างอิงจากบทพูดใน Legally Blonde นี่เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่ไว้เพื่อแฟนภาพยนตร์ต้นฉบับ และยังสอดคล้องกับธีมของแต่ละตอนอีกด้วย ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในหัวใจของซีรีส์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เนื่องจากในภาพยนตร์ บทของพ่อและแม่ของ Elle มีไม่มากนัก แต่ในซีรีส์ได้ขยายบท Eva Woods แม่ของ Elle ให้เป็นผู้หญิงที่กำลังค้นหาตัวเองเช่นกัน ทั้ง Eva และ Elle ต่างเรียนรู้จากกันและกัน และทีมงานอยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกในมุมที่อบอุ่นและสนับสนุนกัน ทีมงานตั้งใจสร้าง Elle ให้มีคุณภาพด้านภาพเหมือนหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ทั่วไป ทั้งการกำกับภาพ การจัดแสง และการถ่ายทำ เพื่อให้ยังคงความสวยงามของ Legally Blonde แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทีมออกแบบเสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นปี 1995 จริงๆ ทั้งแบรนด์และเทรนด์ในยุคนั้น เพื่อให้เสื้อผ้าทุกชุดไม่ได้แค่ "ดูยุค 90" แต่ผู้ชมต้องเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ในปีนั้นจริงๆ สีผมของ Elle ไม่ใช่บลอนด์แบบปัจจุบัน ทีมออกแบบทรงผม เลือกใช้โทน Buttery Blonde หรือบลอนด์อมเหลือง เพราะในยุคนั้นเทคโนโลยีการทำสีผมยังไม่สามารถสร้างเฉดเบจหรือแอชแบบที่นิยมในปัจจุบันได้ และตัวจริงของ Lexi เป็นสาวผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เธอจึงต้องย้อมผมและคอยเติมสีตลอดการถ่ายทำ และเป็นการใช้ผมจริงทั้งเรื่อง ไม่มีการใช้วิก ทีมงานตามหาโทรศัพท์ใสยุค 90 และของใช้จริงจากยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์บ้าน และคอมพิวเตอร์ ของใช้ต่างๆ ถูกคัดเลือกจากของจริงหรือของที่ใกล้เคียงที่สุด 1 กรกฎาคมนี้ เตรียมไอเทมสีชมพูให้พร้อม แล้วมารอพบกับความสดใสของ Elle Woods จาก Legally Blonde ในซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ที่ Prime Video เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 30 มิ.ย. 69
ดู
ยิ้มไว้ .. ในวันที่โลกไม่สวย
ทรูวิชั่นส์ • 1 ก.ค. 69
อ่าน
"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 4 ก.ค. 69
อ่าน
22 เกร็ดน่าสนใจ ก่อนปิดฉากสู่บทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ "The Boys"
Eric Kripke ผู้สร้างซีรีส์ มองว่า The Boys ไม่ใช่เรื่องของ ซูเปอร์ฮีโร่ เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของอำนาจ ทุนนิยม ชื่อเสียง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ คนธรรมดา ทีมผู้สร้างตั้งใจให้ Homelander ไม่ใช่เพียงวายร้ายที่โหดร้าย แต่เป็นตัวละครที่เต็มไปด้วยความเปราะบาง ความโดดเดี่ยว และความต้องการการยอมรับ จนบางครั้งผู้ชมเองก็เผลอรู้สึกเห็นใจเขา Karl Urban และ Antony Starr รู้จักกันมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะมาเล่นเป็นคู่ปรับใน The Boys ซึ่งทั้งคู่มองว่าความคุ้นเคยนอกจอช่วยเพิ่มมิติให้ความสัมพันธ์ระหว่าง Butcher และ Homelander มากขึ้น Jack Quaid เผยว่า เขากดดันไม่น้อยหลังรู้ว่า Hughie ในเวอร์ชั่นคอมิกถูกออกแบบโดยอ้างอิงหน้าตาของ Simon Pegg ซึ่งเป็นนักแสดงที่เขาชื่นชมมาตลอด และสุดท้าย Simon Pegg ก็ได้มารับบทเป็นพ่อของ Hughie ในซีรีส์ กลายเป็นหนึ่งในความเชื่อมโยงที่แฟนคอมิกและแฟนซีรีส์ต่างประทับใจ Erin Moriarty ผู้รับบท Starlight คือนักแสดงคนแรกที่ถูกแคสต์ใน The Boys และเธอต้องรอนานถึง 6 เดือนเพื่อดูว่าใครจะได้เล่นเป็นสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม Eric Kripke มองว่า Mothers Milk คือศูนย์กลางทางอารมณ์ของทีม The Boys และเป็นคนที่ช่วยยึดทุกคนเอาไว้ ในขณะที่ Billy Butcher เต็มไปด้วยความโกรธและความสุดโต่ง Tomer Capone ผู้รับบท Frenchie เป็นนักแสดงคนสุดท้ายที่ถูกแคสต์เข้าทีม The Boys เพราะทีมงานมองว่า Frenchie เป็นตัวละครที่หาคนเล่นได้ยากมาก เนื่องจากต้องทั้งประหลาด มีเสน่ห์ ตลก และน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน โดย Tomer Capone มองว่า ถ้า Frenchie ไม่ได้พบ Kimiko เขาอาจกลายเป็นคนที่ หลงทางและอันตรายยิ่งกว่า Butcher เพราะ Kimiko คือคนที่ทำให้เขาเริ่มมองเห็นด้านที่ดีที่สุดของตัวเอง ความสัมพันธ์ระหว่าง Frenchie และ Kimiko เกิดจากการที่ทั้งคู่ต่างเป็นคนบอบช้ำ และพยายามเยียวยากันและกัน Karen Fukuhara ผู้รับบท Kimiko ต้องออดิชั่นโดยไม่มีบทพูดเลย ใช้เพียงสายตา การเคลื่อนไหว และสีหน้าในการสื่อสารอารมณ์ นอกจากนี้เธอยังมองว่า จุดสำคัญของ Kimiko คือต่อให้ผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหน เธอก็ยัง พยายามเลือกทำสิ่งที่ถูกต้อง อยู่เสมอ Eric Kripke มองว่า Chace Crawford คือคนที่เหมาะกับบท The Deep มากที่สุด เพราะการจะเล่นเป็นตัวละครที่ทั้งซื่อบื้อ หลงตัวเอง และไม่ทันโลก ให้ออกมาตลกและน่าเชื่อจริงๆ นักแสดงคนนั้นต้องเป็นคนฉลาดและเข้าใจจังหวะคอเมดี้อย่างมาก เส้นเรื่องของ A-Train ถูกออกแบบให้สะท้อนด้านมืดของวงการกีฬาอาชีพ ทั้งเรื่องชื่อเสียง สารกระตุ้น ความกดดัน และระบบธุรกิจที่ทำลายตัวตนของคนดัง โดย Eric Kripke มองว่า Jessie T. Usher ผู้รับบท A-Train สามารถถ่ายทอดทั้ง ความมั่นใจแบบซูเปอร์สตาร์ และ ความเปราะบางของมนุษย์คนหนึ่ง ได้พร้อมกันในตัวละครเดียว Colby Minifie ผู้รับบท Ashley ถูกวางเป็นเพียงนักแสดงรับเชิญในช่วงแรกของซีรีส์ แต่หลังจากทีมงานเห็นพลังการแสดงของเธอ จึงตัดสินใจขยายบท Ashley จนกลายเป็นหนึ่งในตัวละครหลักของเรื่อง และเธอยังเป็นคนเสนอไอเดียเองว่า Ashley ควรดึงผมตัวเองจนหัวล้าน เพราะความเครียดจากการทำงานใน Vought ก่อนที่ไอเดียนั้นจะกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของตัวละคร Nathan Mitchell ผู้รับบท Black Noir ได้รับคำชมจากทีมผู้สร้างเป็นอย่างมาก เพราะแม้ตัวละครจะสวมหน้ากากและแทบไม่มีบทพูด แต่เขากลับใส่รายละเอียดการแสดงลงไปในทุกการเคลื่อนไหว จนทีมเขียนบทตัดสินใจขยายเส้นเรื่องของตัวละครนี้ Cameron Crovetti ผู้รับบท Ryan เริ่มเล่น The Boys ตั้งแต่อายุเพียง 11 ปี และตอนนี้เขาอายุ 18 ปีแล้ว โดยเขาบอกว่าถ้าไม่ได้เล่นเรื่องนี้ ตัวเองคงเป็นแฟนพันธุ์แท้ The Boys แบบสุดๆ แน่นอน ทั้งนี้เขารู้สึกเหมือนโตมากับซีรีส์เรื่องนี้จริงๆ เพราะเริ่มเล่นตั้งแต่เด็ก และตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนักแสดงและทีมงานก็กลายเป็นเหมือนครอบครัว โดยตัวละคร Ryan คือเด็กที่แบกรับทั้ง ความโกรธแบบ Butcher และ ความโดดเดี่ยวแบบ Homelander เอาไว้พร้อมกัน ทีมออกแบบเครื่องแต่งกายของซีรีส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกผ่านชุดฮีโร่ โดยแต่ละชุดจะสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ อำนาจ และจิตวิทยาของตัวละคร ไม่ใช่เพียงการออกแบบให้ดูเท่เท่านั้น การออกแบบชุดจะเริ่มจากคำถามว่า ตัวละครนี้อยากให้โลกมองเขายังไง โดยทีมงานซ่อนรายละเอียดและแรงบันดาลใจเล็กๆ แบบ Easter Eggs เอาไว้ในชุดของตัวละครหลายตัว เช่น ลวดลายและเนื้อผ้าบางส่วนของชุด The Deep ที่อ้างอิงจากผิวสัตว์ทะเล หรือรายละเอียดบนชุดของ Sister Sage ที่ได้แรงบันดาลใจจากดวงตาของผีเสื้อกลางคืน เพื่อสะท้อนความลึกลับและการมองเห็นโลกในมุมที่แตกต่าง ทีมผู้สร้างเผยว่า หลายครั้งระหว่างเขียนบท พวกเขากลับรู้สึกว่า โลกความจริงกำลังบ้าคลั่งยิ่งกว่าในซีรีส์ จนการเขียนเรื่องเสียดสีสังคมให้เหนือความจริงกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน แทบดูไม่ต่างจากโลกสุดโต่งใน The Boys ทีมเขียนบทของ The Boys ยืนยันว่า ความรุนแรงในซีรีส์ไม่เคยมีไว้เพื่อช็อกคนดูเฉยๆ แต่ทุกฉากจะส่งผลต่อสภาพจิตใจและพัฒนาการของตัวละครเสมอ หนึ่งในฉากที่ทีมสตันต์ภูมิใจที่สุดคือ ศึกสุดท้ายของซีรีส์ ซึ่งพวกเขายืนยันว่าเป็นฉากที่แฟนๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด กองถ่าย The Boys มีธรรมเนียมแกล้งคนที่มีวันเกิดตรงกับวันถ่าย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหรือทีมงาน โดยทีมงานคนอื่นๆจะเริ่มร้อง Happy Birthday ในขณะที่กล้องยังถ่ายอยู่ เพื่อทำให้เจ้าของวันเกิดรู้สึกเขินอาย ทีมงานเผยว่า บรรยากาศในกองถ่ายซีซั่นสุดท้ายเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ทั้งเสียงหัวเราะและน้ำตา เพราะนักแสดงหลายคนต้องถ่ายซีนสุดท้ายของตัวเอง และทุกครั้งที่มีตัวละครปิดฉาก ทีมงานจะรวมตัวกันปรบมือส่งนักแสดงออกจากกองถ่ายเสมอ ทีมเขียนบทตั้งใจให้ซีซั่นสุดท้ายมีธีมหลักเกี่ยวกับ การต่อสู้ระหว่างความหวังและความสิ้นศรัทธา พร้อมตั้งคำถามว่า ในโลกที่ทุกอย่างเลวร้ายลงเรื่อยๆ มนุษย์จะยังเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องได้หรือไม่ Eric Kripke หวังว่า ในอนาคตซีรีส์ The Boys จะถูกจดจำในฐานะ ภาพสะท้อนของยุคสมัยหนึ่ง มากกว่าเพียงซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายโหด ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 20 พ.ค. 69
ดู
สูตรลับรักรสหวาน Sweet Trap
Hangzhou IX Media Co.,Ltd. • 21 มี.ค. 67
ดู
คลับฟรายเดย์เดอะซีรีส์ 12 : รักต้องแย่ง
เช้นจ์2561 • 1 ต.ค. 67
ดู
คลับฟรายเดย์เดอะซีรีส์ 11 : รักซึมเศร้า
เช้นจ์2561 • 1 ต.ค. 67
อ่าน
เตรียมเปิดประตูรอรับเรื่องราวความรักแห่งฤดูร้อน "Every Year After" ต้อนรับการกลับมาของ..เธอ
Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการ พร้อมภาพKey ArtของEvery Year Afterซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนิยายขายดีของCarley Fortuneเรื่องEvery Summer Afterโดยผลงานซีรีส์Amazon Originalเรื่องนี้จะสตรีมพร้อมกันทุกตอนในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 รวมทั้งหมด 8 ตอน บนPrime Videoประเทศไทย และในกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก Every Year Afterเล่าเรื่องราวตลอดช่วงเวลาหกปีกับอีกหนึ่งสัปดาห์ ณBarrys Bayเมืองริมทะเลสาบสุดคลาสสิก ผ่านเรื่องราวโรแมนติกที่ชวนหวนคิดถึงรักครั้งแรก ผู้คน และการตัดสินใจที่ทิ้งร่องรอยไว้ในหัวใจไปตลอดกาล ซีรีส์เรื่องนี้สร้างจากนิยายขายดีระดับโลกของCarley Fortuneเรื่องEvery Summer Afterซึ่งครองอันดับรายการขายดีของNew York Timesนานถึง 16 สัปดาห์ และทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านเล่ม ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามผ่านBookTokโดยแฮชแท็กของหนังสือมียอดเข้าชมบนTikTokมากกว่า 81.4 ล้านครั้ง ซีรีส์Every Year AfterนำแสดงโดยSadie Soverall (Saltburn)และMatt Cornett (High School Musical: The Musical: The Series, Summer of69) ในบทของPercyและSamคู่หลักของเรื่องราวความรักครั้งนี้ ร่วมด้วยทีมนักแสดงอีกคับคั่ง ได้แก่Aurora Perrineau (KAOS, Westworld), Abigail Cowen (Fate: The Winx Saga), Michael Bradway (Chicago Fire, Marked Men), Joseph Chiu (Fear Street: Prom Queen, Motorheads)และElisha Cuthbert (Girl Next Door, Happy Endings) ซีรีส์เรื่องนี้ได้Amy B. Harrisมารับหน้าที่เป็นโชว์รันเนอร์และผู้อำนวยการสร้าง ร่วมกับFortune, Lindsey Liberatore, Amy Rardin, John StephensและGrace Gilroyที่มารับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างเช่นกัน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 14 พ.ค. 69
อ่าน
แฟน ๆ สะอื้น "Gen V" ซีรีส์ภาคแยกจาก The Boys ไม่ได้ต่อซีซัน 3 กับบ้านหลังเดิม
หนึ่งในซีรีส์ที่แตกหน่อมาจากความสำเร็จของซีรีส์ต้นฉบับ อย่าง "Gen V" ไซด์สตอรี่ภาคแยกจาก The Boys กำลังจะเผชิญหน้ากับชะตากรรมไร้บ้าน เพราะเป็นข่าวร้ายของแฟน ๆ เนื่องจาก Gen V ซีซัน 3 อาจจะไม่ได้ไปต่อกับสตรีมมิงเจ้าเดิม Prime Video อีกแล้ว มีโอกาสที่จะปิดฉากลงที่ 2 ซีซัน หรือไม่แน่อาจจะต้องมองหาบ้านหลังใหม่ในการลงจอฉายออนไลน์แทน Variety รายงานว่า ซีรีส์ Gen V หนึ่งในซีรีส์ภาคแยกของ The Boys มีสถานะไม่ค่อยสู้ดีล่าสุด หลังจากที่ทาง Amazon Prime ต้นสังกัดของซีรีส์ มีท่าทีที่จะไม่กลับมาสานต่อในซีซันต่อไป แม้ว่าจะปูทางและยังมีคอนเทนต์อีกมากมายให้ได้ไปต่อ "แม้ว่าเราอยากจะสานต่อเรื่องนี้ในซีซันต่อไป โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ Godolkin เรามุ่งมั่นที่จะใส่ตัวละครต่าง ๆ ใน Gen V เข้าไว้ใน The Boys ซีซัน 5 ที่เป็นซีซันสุดท้ายเช่นกัน รวมทั้งโปรเจกต์ใหม่อื่น ๆ ที่จะตามมา ดังนั้นคุณจะยังได้เห็นพวกเขาอีกครั้งในรูปแบบใหม่" แถลงการณ์จากโปรดิวเซอร์ซีรีส์ อย่าง เอริค คริปเก้ และ อีแวน โกลด์เบิร์ก Gen V พรีเมียร์ครั้งแรกในปี 2023 โดยซีซันที่ 2 เพิ่งจะออกอากาศจบไปเมื่อเดือนตุลาคม 2025 กับกระแสที่ไม่ได้ร้อนแรงอะไรมากนัก ซึ่งตัวละครจาก Gen V จะมาปรากฏตัวในตอนใหม่ ๆ ที่เหลือของ The Boys ซีซัน 5 ที่เป็นฤดูกาลสุดท้ายของซีรีส์เรื่องนี้เช่นกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบอนาคตว่าทางผู้จัดจะไปต่อกับจักรวาลนี้อย่างไร ซีรีส์ Gen V ซีซัน 2 ออกอากาศ 3 ตอนแรกในเดือนกันยายน 2025 ทำยอดวิวได้ถึง 424 ล้านนาที ที่มากพอจะติดอยู่ในอันดับที่ 8 ของชาร์ตยอดนิยม Top 10 แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นกระแสช่วงพรีเมียร์ฤดูกาลใหม่ไป ปรากฏว่าซีรีส์ก็ไม่สามารถทำยอดวิวได้ติดเข้า Top 10 ได้อีกเลย ยกเว้นแค่สัปดาห์แรกของการพรีเมียร์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังมีอีกโปรเจกต์ The Boys: Mexico ที่เป็นซีรีส์ภาคแยกอีกเรื่อง ที่จะอยู่ในจักรวาลเดียวกันแต่คนละพื้นที่ของเหตุการณ์ เป็นซีรีส์ในมุมมองเวอร์ชันของเม็กซิโก อยู่ระหว่างพัฒนาการสร้างอยู่ในตอนนี้ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 25 เม.ย. 69
อ่าน
จากห้องล็อกเกอร์สู่ค่ำคืนสุดเหวี่ยง "Off Campus มหา’ลัยร้อนรัก" ปล่อยตัวอย่างออกมาคลั่ง..รัก
Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการของซีรีส์เรื่องใหม่Off Campus(มหาลัยร้อนรัก) ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชุดขายดีระดับโลกของElle KennedyโดยมีLouisa Levyเป็นผู้สร้างสรรค์ฉบับซีรีส์ ทั้งนี้ทุกตอนของซีรีส์จะพร้อมสตรีมบนPrime Videoประเทศไทย และกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวปกหนังสือเวอร์ชั่นใหม่ที่ใช้ภาพของนักแสดงนำอย่างElla BrightและBelmont Cameliอีกด้วย Off Campusซีรีส์แนววัยรุ่นในรั้วมหาวิทยาลัยที่ดัดแปลงมาจากนิยายขายดี จะพาไปสัมผัสชีวิตของทีมฮอกกี้น้ำแข็งแถวหน้าและเรื่องราวของสาวๆ รอบตัวเขา ที่ต้องเผชิญกับทั้งความรัก ความเจ็บปวด และการค้นหาตัวเอง ก่อนจะก่อตัวเป็นมิตรภาพและความความสัมพันธ์ในช่วงเวลาชีวิตที่ซับซ้อนและกำลังก้าวผ่านจากวัยรุ่นสู่การเป็นผู้ใหญ่ โดยจะพาไปสำรวจเรื่องราวความรักสุดเซ็กซี่และสนุกสนาน ของคู่ขั้วตรงข้ามกันระหว่างHannahนักแต่งเพลงสาวผู้เงียบขรึม และGarrettดาวเด่นทีมนักกีฬาฮอกกี้แห่งBriar University นักแสดงนำของซีรีส์เรื่องOff Campusประกอบด้วยElla Bright (The Crown, Malory Towers), Belmont Cameli (Until Dawn, Saved by the Bell), Mika Abdalla (Snack Shack, Sex Appeal), Antonio Cipriano (Pretty Little Liars: Original Sin, National Treasure: Edge of History), Jalen Thomas Brooks (The Pitt, Thanksgiving), Josh Heuston (Dune: Prophecy, Heartbreak High)และStephen Kalyn (Gen V, Motorheads) ซีรีส์เรื่องนี้ได้Louisa Levyมารับหน้าที่เป็นทั้งผู้สร้าง โชว์รันเนอร์ร่วม และผู้อำนวยการสร้าง ร่วมกับGina Fattoreนอกจากนี้ยังมีทีมผู้อำนวยการสร้างจากTemple Hillได้แก่Wyck Godfrey, Marty BowenและJames SeidmanรวมถึงLeanna BillingsจากBillings ProductionsและNeal Flaherty ผู้ให้กำเนิดจักรวาลOff Campusอย่างElle Kennedyเป็นนักเขียนระดับBestsellerของNew York Times, USA TodayและWall Street Journalเธอมีผลงานนิยายร่วมสมัยและนิยายโรแมนติกมากกว่า50เล่ม ซึ่งได้รับการแปลไปมากกว่า25ภาษา และมียอดขายไปกว่า10ล้านเล่มทั่วโลก ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 25 เม.ย. 69
ดู
Sweets Fanatic Guys
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
อ่าน
เปิดวาร์ป "แพค ศรรกรัฐ" หนุ่มตี๋มีของดาวเด่น ร่วมโปรเจกต์ซีรีส์ "School of Ruck The Series"
"School of Ruck The Series" จากค่าย Building A อีกหนึ่งนักแสดง ดาเมจแรงไม่พูดถึงคงต้องถูกสาปแน่ นั่นคือ "แพค ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์" ผู้มารับบท "พี่ปิ๊ง"คนที่มีจุดยืนและใช้ชีวิตตามใจตัวเอง เหมือนจะเป็นคนเงียบๆ แต่จริงแล้ว พี่ปิ๊งคือเป็นคนทั่วไปที่มีความขี้ระเวงในตัวเอง ตัวละครที่มีมิติและกระทบกับความรู้สึกผู้ชมอีกคน ก่อนที่จะเห็นฝีมืองานแสดงของ "แพค ศรรกรัฐ" ไปเข้าใจ และรู้จักหนุ่มดาเมจแรงจนผู้บริหารค่าย - ผู้กำกับต้องรีบติดต่อมร่วมงานคนนี้กันซะหน่อย เปิดวาร์ป "แพค ศรรกรัฐ" หนุ่มตี๋มีของดาวเด่น ร่วมโปรเจกต์ซีรีส์ "School of Ruck The Series" "แพค" หรือ "ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์" หนุ่มไทยเชื้อสายจีน จากกรุงเทพมหานคร เกิดปี 2009 และตอนนี้กำลังเรียนชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ปกติแล้ว "แพค"จะเป็นสายแอคทีฟ - กีฬา แต่สายตาไม่ค่อยเป็นมิตรกับกิจกรรมที่เข้าชื่นชอบเท่าไหร่จนต้องสวมแว่นที่หนาพอตัว ตีกลอง, เล่นฟุตบอล, สปาเก็ตตี้ Carbonara, โกโก้เย็น, เมล่อน,สีน้ำเงิน คือสิ่งกลุ่มในสิ่งที่เขาชื่นชอบเมนูอาหารที่ไม่ชอบ : อาหารเผ็ด, ไม่ทานเมนูเนื้อวัวเมนูเครื่องดื่มที่ไม่ชอบ : กาแฟเมนูผลไม้ที่ไม่ชอบ : ทุเรียนIG : _SKR.PAX "แพค ศรรกรัฐ" เปิดเผยถึงที่มา กับการร่วมโปรเจกต์ "School of Ruck The Series" จากค่าย Building A ของ "แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ" ว่า ตนเองนั้นคือ"คนสุดท้าย"ของโปรเจกต์ ตอนนั้นจำได้ว่า "พี่แอนดี้" เห็นโปรไฟล์ตนเองจากอินสตาแกรมและได้ทำการติดต่อพูดคุย และนั้นคือการเริ่มต้นกับการร่วมงานวงการบันเทิง และซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นผลงานแสดงครั้งแรกของตนเองด้วย สำหรับพี่ปิ๊ง ในมุมของ "แพค"คืออีกตัวละครมีมิติความเป็นคนทั่วไปคือ "เหมือนจะเป็นคนเงียบๆ แต่จริงแล้ว พี่ปิ๊งคือมีความขี้ระเวงในตัวเอง นั่นจึงทำให้เขาไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเข้าสังคม แต่เก็บรายละเอียดต่างๆ เป็นคนเฝ้ามอง" ยอมรับว่า คาแรกเตอร์นี้ค่อนข้างห่างกับ"แพค"พอสมควรเลยเพราะตนเองเป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ แต่จะมีขีดจำกัดและมีกำแพงในบางเรื่อง เอาเป็นว่า พี่ปิ๊ง ที่แพค ตีความออกมาใน"School of Ruck The Series"จะโดนใจแค่ไหนอยากให้ช่วยให้กำลังใจ ลุ้นไปด้วยกัน ผมก็ลุ้นเพราะเรื่องแรกของผมด้วยเร็วๆ นี้ "School of Ruck The Series" มีกำหนดออนแอร์ในช่วงกลางปี 2026 ทางช่อง 9 กด 30นับว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานที่น่าจับตามองของ "แพค -ศรรกรัฐ เหลืองอร่ามรัตน์" ทีมงาน และ"แอนดี้ ราชิต กุศลคูณสิริ" ผู้กำกับที่กลับมาอวดฝีมือให้วงการสะเทือนอีกครั้ง ติดตามความเคลื่อนไหวได้ผ่าน FB : BUILDING AIG : BUILDING AYouTube : BUILDING A
ข่าวบันเทิง • 16 เม.ย. 69
อ่าน
ฝันร้ายวัยเด็กมาแล้ว “Ice Cream Man” ปล่อยทีเซอร์แรก..แดงฉาน จี๊ดขึ้นสมอง!
เป็นหนึ่งในหนังสยองฟอร์มเล็ก ๆ ที่กำลังถูกจับตามองอยู่ในตอนนี้ ก็คือผลงานใหม่ล่าสุดของผู้กำกับตัวพ่อหนังเลือดสาด อีไล ร็อธ ที่เตรียมจะเข็นหนังสยองเรื่องใหม่ออกมาเสิร์ฟใน Ice Cream Man ที่จะเป็นการปลุกฝันร้ายวัยเด็กของทุก ๆ คนอีกครั้ง ด้วยการจับโยงความสะพรึงเข้ากับเมนูหวานเย็นสุดโปรดของใคร ๆ ก็ตามบนโลกใบนี้ Ice Cream Man ได้ทำการปล่อยทีเซอร์สั้น ๆ แต่สยองถึงใจไม่เบา กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองตากอากาศที่แสนสงบ อย่าง เบย์ลีน เบย์ ที่ทุก ๆ ฤดูร้อนจะเป็นหมุดหมายในการพักร้อน แต่ทุกอย่างได้กลายเป็นความโกลาหล กับการปรากฏตัวขึ้นของรถขายไอศกรีม ที่ตระเวนขายให้กับเด็ก ๆ ในเมือง จนได้ผลลัพธ์ที่น่าสยดสยองตามมา ทีเซอร์ตัวอย่างแค่ 30 วินาที ได้เปิดเผยความสยองเรียกน้ำย่อยแฟน ๆ ได้เป็นอย่างดี ที่เป็นสัญญาณในการเตรียมตั้งปรับการมาของภาวะนองเลือดที่จะเกิดขึ้นบนจอภาพยนตร์อีกครั้ง กับสโลแกนที่ชวนขนลุกที่ว่า ฉันกรีดร้อง เธอกรีดรร้อง พวกเราต่างกรีดร้อง เรียกหา..คุณคนขายไอศกริม อาริ มิลเลน จากซีรีส์ Orphan Black รับบทแสดงนำเป็น ไอศกรีม แมน ในหนังเรื่องนี้ ร่วมสมทบด้วย เบนจามิน ไบรอน เดวิส, คิโอริ เมียร์ซา วาล์ดแมน, ชารลี เซล์ตเซอร์ และ ซาราห์ แอบบ็อตต์ นี่คือหนังเรื่องแรกจากโปรเจกต์ภายใต้ชื่อ The Horror Section ของ อีไล ร็อธ ที่เคยประกาศก่อตั้งเป็นจักรวาลหนังสยองของเขาเมื่อปีที่แล้ว โดยเขาร่วมเขียนบทหนังเรื่องนี้กับ โนอาห์ เบลสัน คู่หูที่ร่วมรังสรรค์งานสยองด้วยกันมายาวนาน มีข้อมูลว่า สนู๊ปด็อก จะมาร่วมแต่งเพลงประกอบหนังเรื่องนี้ให้ด้วย ขณะที่ตำนานแร็ปเปอร์ Nas มานั่งเก้าอี้อำนวยการฝ่ายบริหาร ผ่านบริษัทในเครือของเขา อย่าง Mass Appeal ที่จับมือร่วมสร้างด้วยนั่นเอง Ice Cream Man วางคิวฉายเอาไว้ช่วงปลายซัมเมอร์ วันที่ 7 สิงหาคมนี้ ในอเมริกา และคาดว่าบ้านเราน่าจะได้ดูหลังจากนั้นไม่นาน ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 14 เม.ย. 69
ดู
เดี๋ยวสวย เดี๋ยวแสบ ผมแทบจะเครซี่
ทรูวิชั่นส์ • 3 เม.ย. 69
อ่าน
ขอบคุณจากหัวใจ “อะตอม ปริยะ” พร้อมเดินเกมคู่ “ฝ้าย” ในซีรีส์ “BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก”
ขอบคุณจากหัวใจ อะตอม ปริยะ พร้อมเดินเกมคู่ ฝ้าย ในซีรีส์ BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก จัดงานชมตอนแรกของซีรีส์ BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก พร้อมกับนักแสดง และชมโชว์สุดพิเศษของ พี่ฝ้าย-น้องอะตอม กันไปแล้ว บอกเลยว่าบรรยากาศในงาน THE FIRST EPISODE BROKEN (Of) LOVE : Before It Breaks เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ทำเอา Siam Pavalai Theatre ที่ Siam Paragon เต็มไปด้วยความอบอุ่น ซึ่งหลังจากจบงานฟากฝั่งของ อะตอม ปริยะ ก็ได้มาลงภาพพร้อมแคปชั่น THE FIRST EPISODE BROKEN (Of) LOVE : Before It Breaks จบไปแล้วววว อย่างแรกเลยอยากขอบคุณพี่ฝ้าย @faye ทีมงานทุกๆ คน ทีม @fabel.entertainment @moongdooth ที่หยิบยื่นโอกาสนี้มาให้หนูได้มารับบท ลลิน/ไลลา ขอบคุณที่ดูแลหนูอย่างดีมากๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทำให้ได้รู้ว่าการมีครอบครัวที่อบอุ่นจริงๆ มันดีมากเลย ขอบคุณเพลงประกอบเพราะๆ จากพี่ปิณ @pinpinpw เป็นการทำงานครั้งแรกกับพี่แต่สนุกมากๆ เลยค่า สุดยอดมากก ท้ายที่สุดขาดไม่ได้เลย...ขอบคุณแฟนๆ ทุกคน ชาว fayemily ที่ต้อนรับหนูและรักหนูในแบบที่หนูเป็น คอยสนับสนุนกันกันตลอดมา หวังว่าจะสนุกกับชีรีส์กันน้าาา แล้วเจอกัน!! เลิ้บยู้ววววว แอดเองก็เชื่อว่าอะตอมจะได้รับความรักจากทุกคนแบบนี้และเพิ่มขึ้นในทุกวัน ยังไงก็อย่าลืมติดตาม BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก กันด้วย รับรองงานคุณภาพจนถึงตอนสุดท้ายแน่นอนจ้า
ดาราเดลี่บันเทิง • 29 มี.ค. 69
ดู
ราชินีแดร็กควีนโชว์สุดสยอง!
ทรูวิชั่นส์ • 31 ต.ค. 68
อ่าน
เตรียมกดบัตร! “ฝ้าย-อะตอม” ชวนเจอกัน “THE FIRST EPISODE “BROKEN (Of) LOVE : Before It Breaks”
เตรียมกดบัตร! ฝ้าย-อะตอม ชวนเจอกัน THE FIRST EPISODE BROKEN (Of) LOVE : Before It Breaks ประกาศวันออนแอร์เรียบร้อยแล้ว สำหรับซีรีส์เรื่อง BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก นำแสดงโดยคู่จิ้นเคมีใหม่ที่แฟนๆรอคอย ฝ้าย พีรญา และ อะตอม ปริยะ BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก จะออนแอร์ ทุกวันเสาร์ เวลา 20:00 น. ทางช่อง YouTube : Fabel Entertainment ที่เดียวเท่านั้น! เริ่มตอนแรก 28 มีนาคมนี้! ล่าสุด Fabel Entertainment ได้ประกาศชวนแฟนๆมาร่วมชมตอนแรกของซีรีส์ BROKEN (Of) LOVE หัวใจช้ำรัก พร้อมกับนักแสดง และชมโชว์สุดพิเศษในงาน THE FIRST EPISODE BROKEN (Of) LOVE : Before It Breaks งานนี้จะจัดขึ้นวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมนี้ ณ Siam Pavalai Theatre, Siam Paragon บัตรมีหลายราคาให้จับจอง 2,500 / 2,000 / 1,500 บาท แต่ถ้าใครไม่สะดวกไปที่งาน สามารถซื้อบัตร Live Streaming ราคา 899 บาท แฟนๆเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเรามีนัดกดบัตรพร้อมกันวันที่ 16 มีนาคมนี้ เวลา 12.00 น. ทาง ThaiTicketMajor.com ใครเล็งโซนไหน ขอให้ได้ ขอให้โดนนะจ๊ะ.
ดาราเดลี่บันเทิง • 14 มี.ค. 69
ดู
ภรรยาตัวป่วนของท่านแม่ทัพ ภาค 2 The General's Sweety Season 2
Jetsen Huashi • 28 ก.พ. 69
ดูเพิ่มเติม